iApp ให้บริการ AI Chatbot ผ่าน True IDC Colocation ประหยัดเดือนละหลักแสน ลด Latency ได้กว่า 3 เท่า

16 ม.ค. 2567

แม้ว่า Cloud จะเป็นกุญแจสำคัญในการทำ Digital Transformation แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าค่าใช้จ่ายคือปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะงานด้าน AI ที่ต้องใช้ GPU ในการประมวลผลมหาศาล ซึ่ง iApp Technology (iApp) บริษัทผู้ให้บริการโซลูชัน AI ชื่อดังอย่างChochae GPTได้หันมาใช้บริการ “Colocation” จาก True IDC เพื่อให้บริการโซลูชันต่าง ๆ อย่างเต็มรูปแบบแล้วในวันนี้


จุดเริ่มต้นของ iApp Technology
iApp Technology (iApp) เป็นบริษัทสตาร์ตอัป AI สัญชาติไทยแท้ โดย ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร เป็นผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของบริษัท ปัจจุบัน iApp มีผลิตภัณฑ์และบริการด้าน AI ในหลากหลายรูปแบบที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้ในวงกว้าง iApp เปิดตัวตั้งแต่ปี 2013 เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทซอฟต์แวร์เฮ้าส์ (Software House) รับพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือ หากแต่หลังจากได้รับเงินทุนระดับ Seed Fund ในปี 2018 ทาง iApp จึงเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนกลายเป็นแพลตฟอร์มบริการด้าน AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้


บริการแพลตฟอร์มโซลูชัน AI โดยคนไทยสำหรับคนไทย
ปัจจุบัน iApp ได้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน AI ออกมาในหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น

  • Chochae GPT ผลิตภัณฑ์เรือธงที่เป็นของคนไทย 100% เป็นแชตบอตระบบสื่อสารถามตอบเป็นภาษาไทย ที่พร้อมสนับสนุนการทำงานของคนไทยให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • AI API เป็นแพลตฟอร์ม Marketplace ที่รวบรวมโซลูชัน AI พร้อมใช้งานผ่าน API เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในหลายรูปแบบ เช่น ระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (Face Verification) การแปลงข้อความเป็นเสียงภาษาไทยด้วยเสียงสังเคราะห์ (Thai Speech-To-Text) การอ่านข้อมูลบัตรประชาชนให้เป็นข้อความอัตโนมัติ (ID Card OCR) หรือสมุดบัญชีธนาคาร (Book Bank OCR) เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน AI API ได้ถูกเรียกใช้งานไปมากกว่า 1 ล้านครั้งจากกว่า 8 พันบัญชีแล้ว
  • E-KYC ระบบเปรียบเทียบใบหน้าจากรูปเซลฟี่ (Selfie) กับรูปบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต เพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวตนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
  • หุ่นยนต์บริการ (Robot) มาพร้อมระบบปฏิบัติการภาษาไทย ที่มีความสามารถในการพูดและเข้าใจภาษาไทย จดจำเสียงได้ อีกทั้งยังมีกล้องที่เปรียบเสมือนตาให้กับหุ่นยนต์ ทำให้สามารถสแกนบัตรหรือเอกสารได้ จึงทำให้หุ่นยนต์ของ iApp สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายุรกิจ

    ใช้ Cloud ที่สิงค์โปร์ แบนด์วิดท์มีจำกัด ค่า GPU Server แพงมาก
    iApp เริ่มต้นให้บริการโซลูชัน AI ผ่าน Cloud ที่มีเซิร์ฟเวอร์ (Server) อยู่ในประเทศสิงคโปร์ จนทำให้ iApp สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและมีลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยลูกค้าของ iApp ส่วนใหญ่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัย หน่วยงานหรือองค์กรที่พัฒนาแอปพลิเคชันแล้วต้องทำกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer หรือ KYC) เป็นต้น 

    อย่างไรก็ดี แม้ว่า Cloud จะสามารถขยายขนาด (Scale) ได้อย่างยืดหยุ่น แต่เนื่องจาก Cloud ที่ใช้งานนั้นอยู่ในประเทศสิงคโปร์ จึงทำให้แบนด์วิดท์ (Bandwidth) มีให้จำกัด และความหน่วง (Latency) อยู่ในระดับ 100-300 มิลลิวินาที (ms) รวมทั้งเซิร์ฟเวอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU Server) ที่มีให้บริการอยู่ค่อนข้างจำกัด ในขณะที่ iApp จำเป็นต้องใช้ GPU จำนวนมหาศาล เพื่อให้บริการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้เวลาตอบสนอง (Response Time) น้อยที่สุด จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายของ Cloud ต่อเดือนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

    ค่า Cloud เป็นต้นทุนหลักของเรา และเราใช้เครื่อง GPU Server ค่อนข้างเยอะมาก แค่เฉพาะค่า Cloud อย่างเดียวขั้นต่ำก็อยู่ที่ 3-4 แสนบาทต่อเดือนแล้ว ซึ่งเราเคยพีคสุดอยู่ที่เดือนละ 1 ล้านบาทเลยตอนที่ใช้เยอะ ๆดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท iApp Technology และนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) กล่าว

    iApp เลือกใช้บริการ Colocation จาก True IDC ด้วยความมั่นใจ
    ด้วยเหตุผลทั้งเรื่อง Latency, Response Time และค่าใช้บริการคลาวด์ จึงทำให้ iApp เริ่มมองหาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) แบบอื่นเพื่อให้บริการกับลูกค้าคนไทยที่เป็นลูกค้าส่วนใหญ่นั้นได้รับบริการที่ดีขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นด้วย ซึ่งแนวทางที่ iApp เลือกใช้คือ การใช้ “Colocation” ที่อยู่ในประเทศไทยแทน โดย Colocation คือบริการนำเครื่องและอุปกรณ์เครือข่ายมาติดตั้งในพื้นที่ Data Center ของผู้ให้บริการ ซึ่งจะทำให้องค์กรเสมือนกับมี Data Center เป็นของตัวเองและมีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมดและดูแลด้วยตัวเองทุกอย่าง เหตุผลหลัก ๆ ที่ iApp เลือกเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานมาใช้งาน Colocation ในไทยนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ประการ ได้แก่

    1. ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย เพราะบริการ AI ของ iApp เน้นภาษาไทยเป็นหลัก การเลือกใช้ Colocation ในไทยจะช่วยลด Latency และ Response Time ได้ดีขึ้น
    2. 
    จัดสรร GPU Server ได้หลากหลายมากขึ้น เพราะการเลือกใช้ Colocation จะทำให้ iApp สามารถจัดสรรเครื่อง GPU Server ได้ตามที่ต้องการอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
    3. 
    ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากค่า GPU Server บน Cloud ราคาค่อนข้างสูง การใช้ Colocation ที่ลงทุนซื้อ GPU Server เองเมื่อมองในระยะยาวแล้ว เชื่อว่าค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ


    ประหยัดเดือนละหลักแสน ลด Latency ได้กว่า 3 เท่า
    ปัจจุบัน iApp ได้นำเครื่องและอุปกรณ์ที่มี GPU Server ไปฝากไว้ใน Colocation ของ True IDC และประยุกต์ใช้ Kubernetes เทคโนโลยี Container Orchestration ทีสามารถบริหารจัดการทรัพยากรของเครื่องให้ Scale ขึ้นลงได้อย่างยืดหยุ่น จึงทำให้ iApp สามารถย้ายโหลด (Load) มาที่ Colocation ของ True IDC ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ช่วงเวลาที่ระบบไม่ทำงาน (Down Time) เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากปรับใช้โซลูชันนี้ทำให้พบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก

    - Latency ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 300 ms หลังใช้ Colocation แล้ว เหลือเพียง 80-100 ms เท่านั้น หรือเรียกว่า Latency ลดลงไปกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว
    - Bandwidth ที่ True IDC ให้มาเต็มที่มาก ๆ อีกทั้งยังสามารถซื้อ Package เพิ่มเติมได้อีกในกรณีที่มีการใช้งานค่อนข้างสูงเกินกว่า Package ปกติ
    - ประหยัดค่าใช้จ่ายเดือนละหลักแสน iApp สามารถให้บริการได้ดีขึ้น Response Time ดีขึ้นกว่าเดิม ราคาค่าใช้จ่ายยังถูกลงไปกว่าครึ่ง

    3 เหตุผลที่เลือกใช้ Colocation จาก True IDC เป็น infrastructure ส่งมอบธุรกิจอย่างสมบูรณ์

    Reliability สูง ไม่เคยดับแม้แต่ครั้งเดียว
    การบริหารจัดการ Data Center อย่างมีคุณภาพและมาตรฐานสากล ทำให้ระบบของ iApp ไม่เคยมีปัญหาหรือดับ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยระบบการจ่ายไฟ ระบบทำความเย็น ระบบระบายความร้อน ระบบสำรองไฟฟ้า ระบบเน็ตเวิร์ก และอื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ iApp เชื่อมันใน infrastructure ที่แข็งแกร่งของ True IDC ในการให้บริการกับลูกค้าของ iApp ได้อย่างเต็มที่ และเตรียมพิจารณาขยายธุรกิจในอนาคตอีกมากมาย

    การควบคุมเข้าพื้นที่และระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
    True IDC วางมาตรการการเข้าพื้นที่ Data Centerย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ มีการตรวจสอบยืนยันตัวตน (Verification) ที่ดี และระบบรักษาความปลอดภัยถึง 10 ระดับ ตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงภายในดาต้าฮอลล์ รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภั24 ชั่วโมง จึงทำให้ iApp มีความสบายใจในฐานะเจ้าของข้อมูลและเจ้าของอุปกรณ์

    ทีม
    True IDC มีความเชี่ยวชาญ พร้อมสนับสนุนทุกอย่าง
    นอกจากการตอบสนองที่เร็ว บริการอย่างฉับไว และมีหน้าเว็บไซต์เพื่อมอนิเตอร์และดูรายงานต่าง ๆ แล้ว ยังมีในหลาย ๆ กรณีที่ iApp พบปัญหาหน้างานระหว่างการติดตั้ง ทีม True IDC ก็พร้อมให้บริการและร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกับทีมงานของ iAppเครื่องที่ Colocation เช่น การจัดซื้อ IP มาแล้วไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเปลี่ยน Class ของเน็ตเวิร์ก (Network) หน้างาน ทางทีม True IDC ก็สามารถจัดสรรมาให้ได้แทบจะทันที หรือในอีกกรณีที่ตอนติดตั้งเครื่องแล้วพบว่าอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ทาง Network Operation Center (NOC) ก็จัดหามาให้ยืมใช้งานก่อนได้หมดเลยอย่างรวดเร็ว

    มีเคสหนึ่งที่เดินปลั๊กมาที่ตู้แล้วติดตั้งไม่ได้ เพราะขาปลั๊กพ่วงขนาดใหญ่ไปบัง ความประทับใจคือทีม True IDC เข้ามาช่วยแก้ไขตู้แร็กให้และเดินสายใหม่ให้เลยดร.กอบกฤตย์ กล่าวเสริมทีม True IDC เก่งจริง ที่อื่นอาจจะไม่เจอทีมที่เชี่ยวชาญและพร้อมช่วยเหลือขนาดนี้

    สนใจบริการ Colocation ติดต่อ True IDC ได้ทันที
    ทั้งหมดนี้จึงทำให้ iApp Technology เลือกใช้บริการ Colocation จาก True IDC ในการให้บริการโซลูชันและผลิตภัณฑ์ AI ทั้งหมดของบริษัท เพราะด้วย Infrastructure ของบริษัทที่แข็งแกร่งและไว้ใจได้ จะทำให้การดำเนินธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น หลังบ้านสบายใจ หน้าบ้านก็ลุยได้ ดร.กอบกฤตย์กล่าว

    สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานใดมีความสนใจใช้งาน
    Colocation จาก True IDC ผู้ให้บริการ Data Center ที่ผ่านการรับรองการันตีด้วยมาตรฐาน Tier III Certification of Operational Sustainability (TCOS) ระดับ Gold จากสถาบัน Uptime Instituteสามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.trueidc.com/th/contact หรือโทร 02-494-8300