Cloud

Alibaba Cloud

ผู้นำในการให้บริการคลาวด์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก ที่ให้บริการองค์กรขนาดใหญ่ นักพัฒนาระบบ และองค์กรรัฐทั่วโลกมากกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค

อาลีบาบา คลาวด์ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2009 ให้บริการโซลูชันออนไลน์ ที่มีการประมวลผลบนคลาวด์ที่น่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ อาลีบาบา คลาวด์ ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรผู้ให้บริการคลาวด์อย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2017 ซึ่งช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

Gartner Solution Scorecard ปี 2021 จัดอันดับให้อาลีบาบา คลาวด์ เป็นที่หนึ่งด้านการบริการถึง 4 ประเภทจาก 9 ประเภท ได้แก่ Computing, storage, network และ security นอกจากนี้ อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นําด้าน Function-As-A-Service ในไตรมาสที่ 1 ปี 2021 อีกด้วย

จุดเด่นของบริการ  

  • ธุรกิจค้าปลีก : Alibaba ประสบความสำเร็จในการจัดการธุรกรรมการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่มีเข้ามาอย่างล้นหลาม ในเทศกาล 11.11 มาตลอดหลายปี ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ Alibaba Cloud Infrastructure, Platform และ โซลูชัน Software ต่าง ๆ ที่เป็นของ Alibaba เอง สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า Alibaba Cloud จะเปลี่ยนโฉมให้ธุรกิจของคุณกลายเป็นธุรกิจค้าปลีกแบบดิจิทัล ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโอย่างรวดเร็ว และยังช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในการเข้าถึงธุรกิจของคุณผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอีกด้วย
  • สื่อ: โซลูชันสื่อแบบครบวงจร (Total Media Solutions) ของ Alibaba Cloud ช่วยทำให้คอนเทนต์สื่อทั้งหมดของคุณเป็นไปในรูปแบบดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์การโอนถ่ายคอนเทนต์เหล่านี้ไปยังตลาดสื่อทั่วโลก และด้วยบริการสําคัญ CDN (Content Delivery Network) ที่มีมากกว่า 2,800  PoP node กระจายไปตามจุดต่าง ๆ ทั่วโลก ช่วยส่งคอนเทนต์สื่อของคุณไปยังผู้ใช้ จาก Nodeที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุด CDN ช่วยเร่งการตอบสนองต่อคําขอของผู้ใช้ และเพิ่มอัตราการตอบสนองที่ดีขึ้น เหมาะสําหรับการเร่งความเร็วเว็บไซต์ on-demand streaming และ live streaming
  • เทคโนโลยีการเงิน: ด้วยแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เทคโนโลยี AI และบริการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ Alibaba Cloud เข้ามามีบทาทสำคัญในสถาบันการเงินหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่ม multi-finance ไปจนถึง FinTech ด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เทคโนโลยีนี้ช่วยให้บริษัท Fintech นำแพลตฟอร์มและ workload มาบริหารจัดการบนคลาวด์ด้วยความหน่วงต่ำ ความยืดหยุ่นในการปรับขนาดตามการใช้งานสูง และมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อน รวมถึงสามารถนำเสนอสรุปการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard แบบมืออาชีพ นำมาซึ่งความพึงพอใจจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 
  • Self-built Telco: Alibaba Cloud ช่วยปรับให้ธุรกิจของคุณเป็นไปในรูปแบบดิจิทัลและขยายไปยังระบบคลาวด์ สร้างพื้นที่การทํางานดิจิทัลให้กับองค์กรอย่างครอบคลุม ด้วยความสามารถทางไอที self-built telco ช่วยให้คุณสามารถสร้าง super apps ขึ้นเองเพื่อลดความซับซ้อนและปรับปรุงการดําเนินงานประจําวันให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ 

  • เชื่อมต่อกับประเทศจีน: โซลูชั่น Networking ที่ปรับแต่งโดย Alibaba Cloud ช่วยเชื่อมต่อออฟฟิศ และสาขาต่าง ๆ ของคุณระหว่างประทศจีนและภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก
  • ความปลอดภัย: Alibaba Cloud’s compliance มีการรับรองอย่างครอบคลุมในหลายกลุ่มธุรกิจ  มีรายงานการรับรองทั่วโลก นอกจากนี้ Alibaba Cloud ยังยืนหยัดที่จะปกป้องข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี WAF, Anti DDoS, IDaaS และ Sensitive Data Discovery and Protection ให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA ที่จะมีผลบังคับใช้ในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ 

Alibaba Cloud CDN (Content Delivery Network) 

ปัจุบัน เรากำลังอยู่ในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่นด้วยเทคโนโลยี 5G และมีอัตราการเข้าชมคอนเทนต์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะบนสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อป การแข่งขันกันในด้านการให้บริการออนไลน์และสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภคจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพื่อตอบโจทย์ในการพัฒนาบริการของท่านให้อยู่เหนือคู่แข่งอีกก้าวหนึ่ง เราขอเสนอบริการ CDN จาก Alibaba Cloud

ด้วยมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกจาก Alibaba Cloud โซลูชัน CDN นี้ประกอบด้วยระบบเครือข่ายเซอร์เวอร์ตั้งอยู่ทั่วโลกเชื่อมต่อกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ต พร้อม CDN node กว่า 2,800 PoP บริการนี้ช่วยยกระดับการรับส่งข้อมูลคอนเทนท์ต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตให้ทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงเว็บไซต์ การรับชมวีดีโอหรือรับฟังไฟล์เสียงแบบ on-demand การรับส่งไฟล์เอกสาร ไฟล์รูปภาพ ไฟล์วิดีโอ การไลฟ์สด การสตรีมมิ่งเกมส์ การส่งข้อมูล API ตลอดจนการใช้งานโปรแกรมออฟฟิศ


(ภาพจาก: Alibaba Cloud)

Alibaba Cloud มีบริการทั้งหมด 3 รูปแบบ ดังนี้ 

1. CDN – General (Static) content

เหมาะกับเว็บไซต์ประเภท Static คือมีข้อมูลทั่วไป และไม่ได้อัปเดตข้อมูลบ่อย ๆ แต่มีการเรียกใช้งานข้อมูลซ้ำๆ กันตลอดเวลาเช่น ข้อมูลบริษัท ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ข้อมูลรูปภาพ และไฟล์วิดีโอ

2. DCDN – Static Content + Dynamic content

เหมาะกับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันประเภท Dynamic ที่ต้องการการตอบสนอง transactions ที่รวดเร็ว ระหว่างแอปพลิเคชันกับผู้ใช้งาน เช่น การค้นหาสินค้า ข้อมูลตะกร้าสินค้า ระบบ Log-in และระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้าจากการลงทะเบียน ตลอดจนธุรกรรมอื่น ๆ บนแพลตฟอร์ม E-Commerce ได้แก่  

  • การจัดโปรโมชันและแคมเปญ เช่น 11.11 , ลดราคาสินค้า, ซื้อ 1 แถม 1 
  • การจองตั๋วเดินทางหรือที่พักในช่วง High season ตลอดจนดารจองตั๋วคอนเสิร์ต 
  • การชำระเงิน เช่น การเติมเงินเกม การเติมเงินเข้าบัตรต่าง ๆ และการทำธุรกรรมทางการเงิน
  • การอัพเดทข้อมูลสินค้าแบบ real-time เพื่อแสดงผลบนร้านค้าออนไลน์ให้ผู้ใช้จากทั่วโลกเข้ามาใช้บริการได้ทันที
  • ระบบ e-wallet เพื่อตัดเงินในการชำระสินค้าที่ร้านค้าได้ทันที

3. SDCDN – Static Content + Dynamic content + Security 

เหมาะกับเว็บไซต์ที่ต้องการระบบป้องกันและการจัดการการโจมตีแบบ DDoS หรือการซุ่มโจมตีจากคู่แข่งทางการค้า เพื่อให้เว็บไซต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งอาจก่อให้เกิดมีผลเสียหาย และทำให้คุณไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ระบบนี้จึงเหมาะกับธุรกรรมประเภทต่าง ๆ เช่น 

  • การทำธุรกรรมทางการเงิน การธนาคาร
  • การซื้อขายหุ้น 
  • การเล่นเกมออนไลน์ การถ่ายทอดสดการเล่นเกมผ่านระบบไลฟ์สตรีม
  • การซื้อขายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce  
ติดต่อทรู ไอดีซี
  • หัวข้อติดต่อ

  • หมวดหมู่

  • บริการ

ข้อความ*

(การส่งข้อมูลนี้ถือได้ว่าคุณยอมรับ นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของทรู ไอดีซี)